คอลัมน์ประจำฉบับ : Life & Family สไตล์สิ่งแวดล้อม
| วารสารออนไลน์ปีที่ 2 |
หัวหน้ากองบก. ส่งสายตาอันเฉียบคมปานใบมีดโกน พร้อมทั้งเอ่ยวาจาว่า "ขอสัก 1 บทความนะ" เสียงที่เปล่งออกมาดังสายฟ้าฟาด ของ
พายุวาชิก็ไม่ปาน แล้วจะทำอย่างไรหละ คิด คิด คิด คิด เท่าไรคิดไม่ออกซะที เฮ้อ! หาเรื่องที่เราถนัด แล้วกัน ออกตัวก่อนว่า ไม่ได้เป็นแม่ศรีเรือนแต่อย่างใด ด้วยความจำเป็นบังคับ จึงทำให้มีฝีมือในครัวอยู่บ้าง (เพราะฝาละมีรับประทานทุกอย่าง ก็เลยต้องทำ แฮะๆๆๆๆ) ให้เข้ากับสถานการณ์ในช่วงนี้หน่อย ก็เลยหาเคล็ด (ไม่) ลับ (ก็อาจจะมีบางคนรู้แล้ว) มาบอกมาเล่าให้ฟัง 2 เรื่องใหญ่ ๆ แม้ในช่วงนี้ภาวะน้ำท่วมจะลดลงแล้วก็ตาม เชิญอ่านกันตามอัธยาศัย
เก็บอาหารปลอดภัยในช่วงน้ำท่วม
ตอนนี้หลายบ้านที่ไม่มั่นใจในสิ่งที่รัฐบาลบอกเกี่ยวกับภาวะน้ำท่วมคงกำลังเตรียมทางหนีทีไล่ให้กับครอบครัวของตนเองอยู่อย่างแน่นอน เพราะน้ำที่ว่าจัดการได้ ๆ สุดท้ายก็เกินกำลัง และกำลังไหลบ่าทะลักเข้ามาในหลายพื้นที่ แน่นอนว่ามีหลายครอบครัวที่รีบเร่งออกไปจับจ่ายซื้อหาอาหาร ของใช้จำเป็นตามดิสเคาน์สโตร์เพื่อสำรองเอาไว้ในยามฉุกเฉิน แต่ก็มีอีกหลายสิ่งที่บางครอบครัวอาจลืมไป และเราขอเก็บมาฝากกัน เช่น
- อย่าลืมผักผลไม้ ในช่วงน้ำท่วม บางบ้านอาจต้องหนีขึ้นชั้น 2 - 3 ของบ้าน และรับประทานแต่อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป แต่ร่างกายก็ไม่ควรขาดวิตามิน และกากใยที่มีในผักผลไม้ อีกทั้งอาหารแห้งเหล่านั้นก็ไม่ดีต่อสุขภาพของคนสักเท่าใด หรือในบางครอบครัวมีผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ไม่สามารถรับประทานอาหารสำเร็จรูปติดกันนาน ๆ ได้ การมีผักผลไม้สด หรือผลไม้อบแห้งติดเอาไว้บ้างก็จะดีต่อสุขภาพมากกว่า
- หากล่องหรือถังที่ปิดฝาได้สนิทสำหรับบรรจุอาหารแห้ง แต่ไม่ควรบรรจุจนเต็ม หรือหนักจนเกินไป ควรเหลือที่ว่างเอาไว้ด้วย เผื่อเวลาน้ำมามันจะได้ลอยตุ๊บป่อง ไม่ต้องเสียเวลาแบกหนีน้ำ หากเป็นถังที่มีหูด้วยก็จะยิ่งดี เพราะสามารถใช้เชือกร้อยเข้าด้วยกัน ลอยหนีน้ำได้ง่าย ๆ คุณจะได้มีเวลาไปยกของส่วนอื่นที่สำคัญ
- หากมีของสดในตู้เย็น เป็นไปได้ควรล้างให้สะอาด เพราะหลังจากนี้คุณอาจไม่มีน้ำสะอาดให้ล้างมากนัก แล้วก็จัดการปรุงให้อร่อย (เท่าที่เวลายังพอมี) คุณอาจยังพอเก็บไว้รับประทานได้ 1 - 2 วัน ก่อนที่จะต้องหม่ำแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือปลากระป๋อง
- ผักสดบางชนิดเก็บไว้รับประทานได้แม้ไม่อยู่ในตู้เย็น แต่ก็ควรล้างให้สะอาด และไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 1 สัปดาห์
- หากมีเครื่องกรองน้ำ ควรกรองน้ำเก็บไว้ให้มาก ๆ เพราะมันคือสิ่งจำเป็นสำหรับการเอาชีวิตรอดในช่วงน้ำท่วม
- อย่าลืมซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือติดบ้านเอาไว้ด้วย สำหรับไว้ทำความสะอาดมือก่อนรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มากับกระแสน้ำ แต่ไม่ควรเลือกชนิดที่มีฤทธิ์รุนแรง เพราะผิวหนังของเรานั้นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนอิฐปูน ชั้นของผิวหนังอาจถูกทำลายได้ง่าย ๆ ยิ่งบ้านที่น้ำท่วม ผิวหนังจะเปื่อยง่ายอยู่เป็นทุนเดิม การซื้อผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีฤทธิ์รุนแรงอาจทำลายผิวหนังได้รวดเร็ว และสร้างความเจ็บปวดเพิ่มในช่วงน้ำท่วมได้
- หากมีถังหรือคูลเลอร์ที่สามารถเก็บกักความเย็นได้ การซื้อน้ำแข็งมาใส่ แล้วแช่อาหารบางส่วนที่ปรุงไม่ทันก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะมันจะช่วยยืดอายุผักผลไม้สำหรับเก็บไว้บริโภคในยามน้ำท่วมได้นานขึ้นอีกนิด (โดยเฉพาะในบ้านที่ตู้เย็นมีขนาดใหญ่ ไม่สามารถขนย้ายหนีน้ำได้ไหว หรือไม่มีกระแสไฟ ทำให้ทำความเย็นไม่ได้)
สาวสมัยใหม่กับเคล็ดลับในครัวเรือนที่ควรรู้

แม้ว่าสาว ๆ ในยุคปัจจุบัน จะไม่ต้องเข้าครัวทำกับข้าวกับปลาเหมือนแม่บ้านในสมัยก่อน เพราะสามารถหาซื้ออาหารที่ปรุงสำเร็จได้จากร้านค้า หรืออาจจะผูกปิ่นโตกับเจ้าประจำได้ก็ตาม แต่ก็คงมีบางครั้งบางคราที่สาวสมัยใหม่อาจจะนึกสนุกอยากเข้าครัวทำอาหารมารับประทานกันเอง หรือทำให้คนใกล้ชิดได้ลองลิ้มชิมรส “เสน่ห์ปลายจวัก” ของตนดูบ้าง ครั้นแล้วก็เจอะเจอปัญหาเกี่ยวกับการทำอาหารบางชนิด หรือเครื่องใช้ไม้สอยในครัวเรือนบางอย่างที่แก้ไม่ตก จึงขอนำเคล็ดลับบางประการจากหนังสือ “จิปาถะ สารพันกลเม็ดเด็ดพราย” ที่เป็นประโยชน์ทั้งเรื่องในครัว และอาหารการกินมาให้ลองไปใช้ดู ดังนี้
กระทะ
วิธีทำให้อาหารไม่ติดกระทะ อาจจะเพราะนาน ๆ ที สาวเจ้าจะได้หยิบกระทะมาทำอาหารสักครั้ง ดังนั้น พอนึกจะใช้กระทะทอดหรือผัดอะไรที อาหารนั้น ๆ ก็มักจะติดกระทะอยู่ร่ำไป วิธีแก้ ให้นำกระทะใบดังกล่าวไปตั้งไฟให้ร้อน แล้วโรยเกลือป่นลงไปพอประมาณ ทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นเอาตะหลิวคลุกเขี่ยเกลือไปให้ทั่วกระทะ แล้วก็ทำความสะอาดกระทะเสีย คราวนี้แหละทำอาหารอะไร ก็ไม่มีติดกระทะแล้ว
วิธีกำจัดกลิ่นคาวในกระทะ เมื่อทอดปลาเสร็จแล้ว หลายคนมักพบปัญหากลิ่นคาวติดกระทะ เราก็สามารถแก้ไขได้โดย บีบมะนาวลงไปชโลมไล้กับน้ำมันที่ทอดปลาในกระทะนั่นแหละ แล้วเช็ดคราบน้ำมันออกมา แค่นี้ก็หายกลิ่นคาวแล้ว หรือจะใช้น้ำชาชงแก่จัด ๆ ล้างแทนน้ำเปล่าก็ได้
วิธีทำความสะอาดก้นกระทะที่มีเศษอาหารไหม้ติดอยู่ ทำได้โดยการโรยเบ็คกิ้งโซดาลงไปให้ทั่วบริเวณที่มีเศษอาหารไหม้ จากนั้นให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำร้อนในสัดส่วนเท่า ๆ กันเทลงในกระทะ ก็จะช่วยให้เศษไหม้เกรียมนั้นหลุดออกได้ง่ายขึ้น หรือจะใช้เบกิ้งโซดาผสมน้ำ ใส่แช่กระทะทิ้งไว้ค้างคืนแล้วล้างออกก็ได้ แต่หากชอบรุนแรง เขาบอกว่าสามารถเทน้ำเย็นใส่กระทะในขณะที่กระทะกำลังร้อนอยู่ ก็จะทำให้เศษอาหารไหม้หลุดออกมาได้เช่นกัน แต่วิธีหลังนี้ต้องระวังว่าน้ำร้อนกระเด็นเข้าตาจนเป็นอันตรายได้
วิธีล้างกระทะที่เป็นสนิม เคล็ดลับคือให้ใช้หนังหมูติดมันกับต้นกุ่ยช่าย 1 กำมือ โดยนำกระทะขึ้นตั้งไฟให้ร้อนจัด แล้วเอาหนังหมูติดมันมาทาถูให้ทั่วกระทะ แล้วเอาต้นกุ่ยช่ายม้วนเป็นก้อน ถูไปถูกมาให้ทั่วกระทะอีกครั้ง ถูจนต้นกุ่ยช่ายมีสีเหลือง ก็นำกระทะไปล้างให้สะอาด แค่นี้สนิมก็จะถูกกำจัดออกไปแล้ว
วิธีใช้กระทะที่ซื้อมาใหม่ ๆ ก่อนใช้ให้เราเทน้ำส้มสายชูลงไปในกระทะ ตั้งไฟให้เดือดสัก 1 นาที (อย่าลืมใช้ผ้าปิดจมูกด้วยเพราะกลิ่นน้ำส้มสายชูจะฉุนมาก) แล้วล้างออกให้สะอาด วิธีนี้จะช่วยเวลาทำอาหาร ๆ จะไม่ติดกระทะด้วย หรือจะใช้น้ำข้าวเทลงกระทะ พร้อมตั้งไฟกลาง ๆ เคี่ยวจนแห้ง แล้วล้างให้สะอาดก็ได้เช่นกัน
มีด
วิธีกำจัดสนิมจากมีด ให้ใช้เปลือกมะนาวสดที่เราบีบน้ำออกแล้ว ไปถูที่มีด หรือจะผ่าหอมหัวแดงออก แล้วไปทาที่มีดบริเวณที่เป็นสนิมเบา ๆ
หรือทาให้ทั่วมีดก็ได้ สนิมก็จะหลุดออกมาโดยง่าย
กาต้มน้ำ
วิธีกำจัดตะกรัน หากมีไม่มาก ให้ลองเอาเปลือกหอยใส่ลงในกาต้มน้ำ จากนั้นตั้งไฟให้เดือด 5 นาที แล้วปล่อยให้เย็น ตะกรันก็จะย้ายมาจับที่เปลือกหอยแทน แต่ถ้ามีตะกรันมาก ให้ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำในปริมาณเท่า ๆ กัน เทใส่กาต้มน้ำตั้งไฟให้เดือด แล้วทิ้งค้างไว้ 1 คืน ตอนเช้าค่อยมาล้างให้สะอาด แค่นี้ตะกรันก็จะหลุดออกมาโดยง่าย
เตาไมโครเวฟ
วิธีกำจัดกลิ่นในเตาไมโครเวฟ ให้นำใบชาใส่น้ำพอท่วม ใส่เข้าไปในตู้ไมโครเวฟแล้วเปิดเครื่องให้น้ำร้อนสัก 3 นาที จากนั้นปล่อยใบชาทิ้งไว้ในตู้ทิ้งข้ามคืน ถึงรุ่งเช้ากลิ่นก็จะหายไป แต่หากกลิ่นสะสมมานาน อาจจะต้องทำหลายรอบ ทางที่ดีควรหมั่นทำความสะอาดและดูดกลิ่นเป็นประจำจะดีที่สุด หรือหากจะใช้อีกวิธีก็ได้คือ ใส่น้ำในชามที่ใช้กับไมโครเวฟได้ 1 แก้ว แล้วใส่ดอกไม้หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมลงไป จากนั้นนำไปใส่ในเตาเปิดเครื่องไว้สัก 7 นาที แล้วเปิดฝาออก กลิ่นหอมก็จะอบอวลไปทั่วห้อง เป็นการกำจัดกลิ่นที่รวดเร็วขึ้น
เคล็ด (ไม่) ลับอื่น ๆ
วิธีเก็บข้าวกล้องไม่ให้เป็นมอด เมื่อซื้อมาแล้ว ให้เรานำไปเก็บไว้ในตู้เย็นทันที โดยเก็บในช่องธรรมดาสัก 5 วัน แล้วค่อยนำออกมาไว้ข้างนอก จะช่วยกันมอดได้ หรือใช้เกลือป่นโรยในข้าวกล้องที่ซื้อมา 1 ช้อนชาต่อข้าว 1 กิโลกรัมก็ได้
วิธีหุงข้าวสวยให้เก็บไว้ได้หลายวันโดยไม่บูด ให้ใส่น้ำส้มสายชูลงไปด้วย โดยข้าวสาร 3 กระป๋อง ใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ช้อนชา จะช่วยยืดอายุของข้าวสวยได้
วิธีต้มกล้วยไม่ให้ดำ เมื่อจะต้มกล้วยน้ำหว้า ให้เราใส่กิ่งมะขามที่มีใบติดอยู่ลงไปต้มพร้อมกล้วยเลย 3 กิ่ง แค่นี้ก็สามารถต้มกล้วยให้ขาวได้แล้ว
วิธีกำจัดกลิ่นฉุนขณะผัดอาหาร เวลาที่ปรุงอาหารด้วยหัวหอม กระเทียมหรืออาหารอื่นที่มีกลิ่นฉุนไปทั้งบ้าน หากจะดับกลิ่นเหล่านี้ สามารถทำได้ด้วยการใช้น้ำส้มสายชูรินใส่ถ้วยวางไว้ใกล้ ๆ กับเตาที่เราใช้ผัดอาหารนั่นแหละ เคล็ดลับวิธีนี้จะช่วยดับกลิ่นฉุนของอาหารที่เราทำได้โดยเร็วเลยแหละ แต่ถ้าทำอาหารแล้วกลิ่นคาวไม่ว่าจะเป็นกลิ่น กุ้ง หอย ปู ปลา ติดมือให้ใช้ใบชาชงกับน้ำร้อน ล้างมือ ยิ่งชงชาแบบแก่ยิ่งดับคาวได้ดี (แต่อาจเปลืองใบชาสักหน่อย) และถ้ามีเปลือกมะนาวก็ใส่ลงไปด้วยสัก 3 ชิ้นก็จะช่วยขจัดกลิ่นคาวได้ดี เวลาใช้ควรใช้ตอนน้ำชากำลังอุ่น ๆ จึงจะได้ผลดี
วิธีคั้นกะทิให้ได้ความมัน (กรณีไม่ไปซื้อกะทิสำเร็จรูป) สำหรับเคล็ดลับคือ ให้โรยเกลือป่น 1 ช้อนชาลงในมะพร้าวที่จะคั้น คลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วค่อยคั้นน้ำ ความเค็มนี่แหละที่จะช่วยรีดความมันให้ออกมาอย่างรวดเร็ว
วิธีแกะกุ้งขนาดเล็กมาก ๆ ซึ่งมักจะแกะยากเพราะติดเปลือก วิธีแกะให้ง่ายคือ ให้เอากุ้งที่ว่าไปลวกเสียก่อน แล้วค่อยมาแกะ จะทำให้แกะกุ้งตัวเล็กตัวน้อยได้สะดวกขึ้น
วิธีทอดไข่เจียวให้ฟูและนิ่มกินอร่อย ไม่ใช่เรื่องยาก เวลาเราตีไข่ให้หยอดน้ำมะนาวลงไปในไข่สัก 5 หยด แล้วตีให้เข้ากัน พอตีไข่เสร็จ เทลงกระทะทอดตามปกติ เพียงแค่นี้ไข่เจียวก็จะฟูและอ่อนนุ่มน่ากิน
วิธีต้มไข่ไม่ให้แตก จนดูไม่น่ากิน ให้ใส่เกลือ 1 ช้อนชาลงในน้ำที่จะต้มไข่ ไข่ก็จะไม่แตกหรือไม่ทะลักออกมาอีกต่อไป แต่ไม่ควรต้มเกิน 10 นาที เพราะจะทำให้เนื้อไข่แข็งกระด้าง กินแล้วย่อยยากขึ้น
วิธีทอดปลาไม่ให้ติดกระทะ ปัญหานี้อย่าว่าแต่แม่บ้านมือใหม่หัดเข้าครัวเลย แม้แต่แม่บ้านมือโปรอย่างผู้เขียนก็เจอปัญหานี้ประจำ วิธีแก้คือ
เมื่อน้ำมันในกระทะร้อนพอที่จะทอดปลาแล้ว อย่าเพิ่งใส่ปลาลงไป แต่ให้ใช้ขิงสดหั่นบาง ๆ สัก 3 ชิ้น ใส่ลงทอดในกระทะก่อน พอขิงเริ่มเกรียมก็ตักออกไป แล้วจึงใส่ปลาลงไปทอด ปลาก็จะไม่ติดกระทะอีกต่อไป
วิธีดับกลิ่นหืนในน้ำมันพืช เมื่อเก็บน้ำมันพืชไว้นาน ๆ บางทีก็มีกลิ่นเหม็นหืน ทำให้อาหารที่นำไปทอดมีรสชาติไม่ดีไปด้วย วิธีแก้ง่าย ๆ คือ เมื่อเทน้ำมันลงในกระทะแล้ว ให้ใส่ใบเตยหรือหอมแดงทุบลงไปด้วย จะทำให้กลิ่นเหม็นหืนของน้ำมันพืชหมดไป และทำให้อาหารที่ทอดมีความหอมและรสชาติดีขึ้นด้วย
วิธีทอดอาหารให้น้ำมันกระเด็นน้อยลง ให้โรยเกลือป่นลงไปในกระทะนิดหน่อย แค่นี้น้ำมันในกระทะก็จะกระเด็นออกมาน้อยลง หรือแทบไม่กระเด็นเลย
วิธีลดความเค็มในแกงจืดหรือแกงกะทิ ซึ่งบางครั้งปรุงแล้วเกิดเค็มเกินเหตุ จะแก้ด้วยการเติมน้ำให้ความเค็มเจือจาง ก็จะทำรสชาติอื่น ๆ จางไปด้วย อีกทั้งต้องปรุงโน่นเติมนี่ไม่จบง่าย ๆ เคล็ดลับไม่ยากให้แก้ได้โดย นำข้าวสารที่ล้างสะอาดห่อด้วยผ้าขาวบางให้เรียบร้อย ใส่ลงไปต้ม
ในน้ำแกงเจ้าปัญหาของเรา ทิ้งไว้สักพัก ความเค็มก็จะถูกดูดออกไป ถ้ารอบเดียวยังเค็มอยู่ ก็อาจทำรอบสอง โดยเปลี่ยนข้าวสารใหม่อีกครั้ง แต่ส่วนใหญ่รอบเดียวก็หายเค็มแล้ว
วิธีแก้ความเผ็ด หากกินเผ็ดมากไป จนปากจะพอง ให้ดื่มน้ำหรือน้ำชาอุ่น ๆ ค่อนข้างร้อนหน่อย จะทำให้หายเผ็ดได้เร็วขึ้น หรือจะใช้น้ำปลากลั้วให้ทั่วปากสัก 2 นาทีก็ได้ อาการจะดีขึ้น
ข้อที่พึงระวัง
ไม่ควรใช้กระดาษฟอยล์กับอาหารที่มีความเป็นกรด เช่น มะนาว มะเขือเทศ หัวหอม เป็นต้น เพราะกรดในอาหารเหล่านี้จะทำปฏิกิริยาเคมีกับกระดาษฟอยล์ มีผลให้รสชาติอาหารเปลี่ยน และยังเป็นอันตรายต่อร่างกายด้วย โดยเฉพาะฟอยล์ที่ใช้แล้วไม่ควรนำมาใช้อีก โดยเฉพาะการห่ออาหารเพื่อแช่ในตู้เย็น เพราะรอยยับย่นในกระดาษที่ใช้แล้ว จะมีรูเล็กรูน้อยเกิดขึ้น และเป็นตัวการทำให้อากาศจากภายนอกสามารถรั่วเข้าไปในอาหารได้
อาหารบางชนิดไม่เหมาะกับภาชนะที่ทำด้วยเงิน เช่น ไข่ เกลือ น้ำมันมะกอก น้ำสลัด น้ำผลไม้คั้น เป็นต้น เพราะผลไม้ หรือดอกไม้บางชนิดมียางเป็นกรด อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนจนผิวภาชนะเงินเป็นรอยได้ เวลาใช้จึงควรมีภาชนะอื่นรองรับอีกทีหนึ่ง
เป็นอย่างไรบ้าง กับเคล็ด (ไม่) ลับในครัวเรือนเหล่านี้ หวังว่าจะช่วยให้สาวสมัยใหม่ได้นำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อการเป็นแม่ศรีเรือนที่มีความรู้คู่ความงามอย่างไม่ล้าสมัยในยุคปัจจุบัน หรือไม่ก็ถอนหายใจยาว ๆ พร้อมทั้งรำพึงรำพันว่า "ข้าวถุง ข้าวแกง อาหารตามสั่ง พิซซ่า KFC Mc MK จิ้มจุ่ม เฮอะง่ายสุดแล้วหละ" ก็แล้วแต่จะสะดวกกัน
ที่มา: สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม. http://www.culture.go.th/
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|

Download : PDF






